ฐานไฮดร้าที่ไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย

ย้อนกลับไปในปี 1991 เผยให้เห็นบัคกี้กำลังถูกปลุกให้เป็น winter soldier ด้วยการอ่านคำสั่งภาษารัสเซียจากสมุดปกสีแดงหน้าปกรูปดาวที่มีความหมายว่า

  • ปรารถนา – желание
  • สนิมเขรอะ – ржaвый
  • สิบเจ็ด – Семнадцать
  • รุ่งสาง – Рассвет
  • เตาหลอม – Печь
  • เก้า – Девять
  • เนื้องอก – добросердечный
  • คืนสู่เหย้า – возвращение на родину
  • หนึ่ง – Один
  • รถสินค้า – грузовой вагон

และ winter soldier ขานรับว่า “พร้อมรับคำสั่ง” จากนั้นเผยให้เห็นถึงภารกิจที่บัคกี้ไปทำ คือการลอบสังหารบุคคลที่อยู่บนรถยนต์คันหนึ่งและนำกระเป๋าที่บรรจุของเหลวสีฟ้าจำนวน 5 ถุงไป

บัคกี้ บาร์นส์ หรือ The Winter Soldier (ภาพโปรโมทจาก Marvel)

กรุงลากอส ประเทศไนจีเรีย

ทางด้านอเวนเจอร์นำโดย กัปตันอเมริกา, ฟอลคอน, วันด้า และแบล็ควิโดว์ ได้ทำภารกิจติดตามเบาะแสของบร็อค รัมโลว์ ที่กรุงลากอส ประเทศไนจีเรีย โดยที่ฝ่ายตรงข้ามคือครอสโบนส์(บร็อค รัมโลว์) และลูกน้องได้บุกไปที่ศูนย์วิจัยและรักษาโรคติดต่อ สถาบัน Institute for Infectious Diseases (IFID) เพื่อขโมยอาวุธชีวภาพร้ายแรงไป ระหว่างหลบหนีได้แยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง สุดท้ายด้วยความช่วยเหลือของเรดวิงทำให้แบล็ควิโดว์สามารถรักษาอาวุธชีวภาพไม่ให้ตกไปอยู่ในมือคนชั่วได้

capcivilwarhres20
สตีฟ โรเจอร์ส (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)

ขณะที่กัปตันอเมริกาได้พบกับครอสโบนส์ ครอสโบนส์พูดถึงความแค้นและเปิดเผยใบหน้าที่เสียโฉมจากการถูกกัปตันถล่มตึกใส่ในการปะทะกันครั้งก่อน พร้อมทั้งเผยให้เห็นว่าเขามีระเบิดติดอยู่ที่ตัวพร้อมที่จะให้กัปตันอเมริกาและผู้คนในบริเวณนั้นตายไปด้วยกัน ชั่วขณะที่ครอสโบนส์กดระเบิดวันด้าได้ใช้พลังควบคุมไม่ให้เกิดการระเบิดชั่วครู่แล้วส่งตัวครอสโบนส์ลอยขึ้นไปบนอากาศ จากนั้นเกิดระเบิดขึ้น กัปตันและผู้คนละแวกนั้นปลอดภัย แต่ผู้คนที่อยู่บนตึกกลับได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตส่งผลให้วันด้าตกอยู่ในอาการเศร้าสะเทือนใจเพราะนั่นเป็นสิ่งที่เธอไม่ได้ต้องการให้เกิดขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว

capcivilwarhres12
ครอสโบนส์ หรือ บร็อค รัมโลว์ (ภาพโปรโมทจาก Marvel)
Civil-War-TV-Spot-5
วันด้าตกใจกับเหตุการณ์ระเบิด (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)

เคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์

โทนี่แสดงโปรแกรมปรับแต่งภาพจำลองอดีต โดยย้อนความทรงจำกลับไปในวันที่เขาสูญเสียพ่อและแม่ไป

เริ่มต้นที่ความทรงจำก่อนที่พ่อและแม่(ฮาเวิร์ด สตาร์กและมาเรีย สตาร์ก)จะออกเดินทางไปยังสนามบินในช่วงคริสมาสต์ แม่เล่าให้ฟังว่าช่วงที่ลูกไม่อยู่บ้าน พ่อเขาคิดถึงลูกนะ ถ้าลูกอยากพูดอะไรก็พูดออกมาเลยจะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง โทนี่จึงบอกว่าผมรักพ่อนะและก็รู้ว่าแม่ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว

นี่คือสิ่งที่โทนี่อยากให้เกิดขึ้นจริง เพราะปกติเขาพูดจากับพ่อไม่ค่อยดีเท่าไรนัก เขาไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่ว่าพ่อกับแม่ไปไม่ถึงสนามบินในวันนั้น แต่อย่างน้อยนี่ก็เป็นวิธีที่ช่วยบำบัดจิตใจของเขา

โปรแกรมของเขาได้รับเสียงปรบมือลั่นหอประชุม ณ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)

โทนี่ประกาศว่าจะให้ทุนสถาปนามูลนิธิกันยายนกับทุกโครงงาน ไม่มีพันธะ ไม่ต้องเสียภาษี แค่คิดนวัตกรรมที่จะสร้างอนาคตให้ได้ก็พอ ขณะนั้นบทพูดของโทนี่ปรากฎขึ้นว่าขอต้อนรับประธานมูลนิธิ คือ CEO เพพเพอร์ พอตส์ ทำเอาโทนี่นิ่งไปพักนึง แต่สุดท้ายเขาก็สามารถกล่าวจบการพูดของเขาได้อย่างสวยงาม

หลังเวที เจ้าหน้าที่พยายามมาขอโทษโทนี่เกี่ยวกับเรื่องบทที่พวกเขาแก้ไม่ทันหลังจากเพิ่งได้รับแจ้งว่าคุณเพพเพอร์ไม่ได้มาร่วมงานในวันนี้ด้วย โทนี่ขอตัวไปห้องน้ำ

ขณะที่เดินออกมาพบผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าลิฟท์ทำทีท่าเหมือนกับรอพบเขาอยู่ โทนี่จึงเดินเข้าไปหา ผู้หญิงคนนั้นชมโทนี่ว่ามีน้ำใจมากที่มอบทุนให้เด็กรุ่นใหม่ แต่เขาว่ากันว่ามักมีสิ่งเชื่อมโยงกันระหว่างการให้กับความรู้สึกผิด(ให้เพื่อลบล้างความรู้สึกผิด) โทนี่หวาดระแวงเธอในทันที เธอบอกว่าทำงานอยู่ที่กระทรวงต่างประเทศ เธอมีลูกชายอยู่คนหนึ่ง ชื่อชาร์ลี สเปนเซอร์ เขาเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน และเป็นคนดีมาก คุณทำให้เขาตายที่โซโคเวีย การตายของลูกฉันคงไม่มีความสำคัญกับคุณเลย คุณคิดว่าคุณสู้เพื่อพวกเรา แต่ความจริงแล้วคุณสู้เพื่อตัวเอง โทนี่ตระหนักถึงความผิดของเขาและรู้สึกเสียใจมาก(โทนี่อาจรู้สึกผิดมากเพราะอัลตรอนเกิดจากเขาเอง)

ฐานอเวนเจอร์ส ที่นิวยอร์ก

รายงานข่าวทางโทรทัศน์เกี่ยวกับระเบิดที่ไนจีเรียมีรายงานว่ามีชาววากานดาเสียชีวิต 11 ราย ทำให้กษัตริย์วากานดาออกมาแสดงความคิดเห็นว่าความสูญเสียในครั้งนี้เกิดจากความประมาทของผู้พยายามยับยั้งเหตุอาชญากรรม และในรายงานยังระบุว่าวันด้าเป็นผู้ก่อเหตุ สตีฟเห็นข่าวจึงรีบไปหาวันด้าและพบว่าเธอกำลังดูข่าวนั้นอยู่ด้วยความเสียใจ สตีฟปิดเสียงข่าว วันด้าบอกว่าเป็นความผิดฉันเอง สตีฟก็ยอมรับผิดว่าเขาเองก็ควรรู้ตัวเร็วกว่านี้ว่ารัมโลว์มีระเบิด สตีฟปลอบใจวันด้าว่าเรามีหน้าที่ช่วยเหลือผู้คน แต่เราต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่าเราไม่สามารถช่วยได้ทุกคน ถ้ายอมรับความจริงนี้ไม่ได้ คราวหน้าเราอาจจะช่วยไม่ได้สักคน(อาจไม่กล้าช่วยใครเลย จนทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตาย) คำสอนนั้นทำให้วันด้าเริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง

capciv24
นายพลรอสส์ได้รับตำแหน่งให้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ เขาเคยปรากฎครั้งแรกในภาพยนตร์ The Incredible Hulk (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)
aeryary-000223681
รอสส์เรียกประชุมทีมอเวนเจอร์ (ภาพโปรโมทจาก Entertainment Weekly)

รอสส์เรียกประชุมทีมอเวนเจอร์ ปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็คือมีคนจำนวนหนึ่งเรียกพวกคุณว่าวีรบุรุษ และก็มีคนอีกจำนวนหนึ่งเรียกคุณว่าศาลเตี้ย พวกคุณมีพลังพิเศษ ปฏิบัติภารกิจโดยไม่สนว่าที่นั่นเป็นประเทศของใคร และเหมือนว่าจะไม่สนใจด้วยว่าทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง จากนั้นได้แสดงภาพความเสียหายและการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ของอเวนเจอร์ ก่อนหน้านี้พวกคุณทำงานอย่างไร้กรอบ ไร้ผู้กำกับดูแล ซึ่งขณะนี้รัฐบาลทั่วโลกไม่อาจยอมรับอภิสิทธิ์แบบนี้ได้อีกต่อไป จากการพูดคุยของหลายฝ่าย มี 117 ประเทศ เห็นควรให้ร่างสนธิสัญญาโซโคเวียขึ้นมา ดังนั้นจึงขอความร่วมมือสมาชิกอเวนเจอร์ร่วมลงนามในสนธิสัญญาโซโคเวีย โดยเนื้อหาในสัญญาจะจำกัดสิทธิในการออกปฏิบัติงานของอเวนเจอร์ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์การสหประชาชาติ(UN) นาตาชาถามรอสส์ว่าถ้าเธอไม่เซ็นจะเกิดอะไรขึ้น? รอสส์ตอบว่าถ้าไม่เซ็น เธอจะไม่มีสิทธิปฏิบัติภารกิจอีกต่อไป หากเธอทำนั่นแปลว่าเธอกำลังทำผิดกฎหมาย

Captain_America_Civil_War_26 copy
สนธิสัญญาโซโคเวีย (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)

วิชั่นวิเคราะห์ข้อมูลแล้วแจ้งว่าตั้งแต่มีการเปิดเผยผู้มีพลังพิเศษทำให้เกิดความท้าทายจนไปดึงดูดให้เกิดเหตุที่เป็นภัยต่อโลกมากขึ้น ท้ายที่สุดความท้าทายจะทำให้เกิดความขัดแย้ง ความขัดแย้งจะนำไปสู่ความหายนะ ดังนั้นเรื่องนี้จึงควรถูกควบคุม

โทนี่เล่าเรื่องของชาร์ลี สเปนเซอร์ ให้ทุกคนฟังว่าเขาเรียนจบวิศวะคอมพิวเตอร์ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.6 เขาอาสาไปสร้างที่พักพิงให้ผู้ยากไร้ในโซโคเวีย แต่กลับต้องไปจบชีวิตเพราะพวกเราทำตึกถล่มใส่เขา เราควรยอมรับกติกา ถ้าเราไม่ยอมรับกติกาเราก็ไม่ต่างกับวายร้าย

สตีฟไม่เห็นด้วย เขามองว่าการเซ็นสัญญาเหมือนการไม่ยอมรับผิด ด้วยการโยนให้ UN เป็นคนรับผิดชอบจากการกระทำของพวกเขา และเขาเองก็ไม่ศรัทธาในการที่จะต้องขึ้นตรงต่อหน่วยงานใดก็ตามที่คนออกคำสั่งเป็นมนุษย์เพราะแนวคิดของมนุษย์เปลี่ยนแปลงง่าย โทนี่บอกว่านี่แหละคือข้อดี พอรู้ว่าอะไรไม่ดีจะได้สั่งยกเลิกได้ กัปตันบอกว่าแต่ถ้ายอมเซ็นก็แปลว่านายสละสิทธิ์ในการเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร หาก UN ให้ไปทำงานที่ไม่ถูกไม่ควรล่ะ? หากมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นแต่ UN ไม่อนุมัติให้ปฏิบัติภารกิจล่ะ? ถ้าเขาเซ็นสัญญาเขาจะไม่สามารถช่วยใครก็ตามที่เขาต้องการช่วยอีกต่อไป? แต่นาตาชาตัดสินใจที่จะเซ็นสัญญาเพื่อกู้ชื่อเสียงให้กับอเวนเจอร์ ระหว่างนั้นมีข้อความมายังมือถือของสตีฟ แจ้งว่าเพ็กกี้ คาร์เตอร์เพิ่งจากไป สตีฟขอตัวออกมาจากการประชุมในทันที

capcwlp59
สตีฟ โรเจอร์ส (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)

คลีฟแลนด์, โอไฮโอ

เกิดเหตุรถยนต์พุ่งชนรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง เจ้าของรถที่ขับมาชนลงมาจากรถและตะโกนเรียกเจ้าของบ้านเพื่อขอพูดคุยเกี่ยวกับการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าของบ้านมีท่าทีระแวดระวังตัวสูงและไม่ต้องการให้เรียกตำรวจ สุดท้ายเจ้าของบ้านตัดสินใจเปิดประตูรับแขกและลงเอยด้วยการถูกมัดห้อยหัวลงมาในซิงค์ล้างจาน แขกคนดังกล่าวได้เปิดเผยว่าเขารู้ข้อมูลของไฮดร้าจากการที่นาตาชา โรมานอฟ ปล่อยไฟล์ข้อมูลไฮดร้าออกสู่สาธารณะ แม้ข้อมูลจะถูกเข้ารหัส แต่ถ้าเรามีประสบการณ์และความอดทน เราก็สามารถทำได้ทุกอย่าง เขาถามอดีตเจ้าหน้าที่ไฮดร้า(เจ้าของบ้าน) ถึงภารกิจ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1991 แต่อดีตเจ้าหน้าที่ไฮดร้าเลือกที่จะปิดปากเงียบจึงถูกเขาเปิดน้ำใส่ซิงค์จนล้น ทำให้เขาสำลักน้ำตาย จากนั้นแขกคนดังกล่าวได้ขโมยสมุดสีแดงปกรูปดาวไป และคนที่ขโมยไปคือซีโมนั่นเอง

ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ณ โบสถ์ St. Luke’s Cathedral สตีฟร่วมยกโลงศพเพ็กกี้เข้าสู่พิธีศพ ที่นั่นเขาได้พบกับชารอน คาร์เตอร์(สตีฟค่อนข้างประหลาดใจที่สาวห้องตรงข้ามเป็นหลานสาวเพ็กกี้) เธอขึ้นกล่าวไว้อาลัยให้กับคุณป้าของเธอ เพ็กกี้ คาร์เตอร์ เธอพูดถึงคำสอนของป้าที่ว่า ป้าเธอเติบโตในยุคสมัยที่ไม่มีใครอยากเห็นผู้หญิงประสบความสำเร็จ เธอถามว่าป้าทนได้ยังไง? ป้าตอบเธอว่าอะไรที่ยอมได้เธอจะอดทน ถ้าเมื่อไหร่ที่ทนไม่ได้เธอจะไม่ยอม สิ่งที่เราต้องทำคือยึดจุดยืนของเราแล้วจ้องตาเขา ให้เขารู้ว่าเขานั่นแหละที่ต้องถอย! คำสอนของเพ็กกี้เสริมความมั่นใจให้กับสตีฟเกี่ยวกับสนธิสัญญาอีกครั้ง

5
มากาเร็ต “เพ็กกี” คาร์เตอร์ (ภาพโปรโมทจาก Captain America: The First Avenger)

หลังพิธีสตีฟได้พบกับนาตาชาที่แวะมาหาที่โบสถ์ นาตาชาบอกว่าโทนี่ โรดี้ วิชั่น และเธอ ตกลงที่จะเซ็นสัญญา คลิ้นท์ขอวางมือ ส่วนวันด้ายังไม่ตัดสินใจ นาตาชาพยายามชักชวนสตีฟให้เซ็นสัญญานั้น โดยพยายามอธิบายว่าเธอไม่ได้เห็นด้วยกับสนธิสัญญา แต่อย่างน้อยถ้าเซ็นสัญญาพวกเรายังมีโอกาสได้ทำงานช่วยเหลือผู้คนด้วยกันต่อไป หากพวกเราไม่เซ็นสัญญาหน้าที่ของเราเป็นอันต้องจบลง เธอพยายามโน้มน้าวไม่ให้สตีฟแข็งกร้าวเกินไปให้หัดทำตัวยืดหยุ่นตามสถานการณ์ แน่นอนว่าการเจรจาในครั้งนี้เป็นอันล้มเหลว จากนั้นนาตาชาได้ออกเดินทางไปยังงานลงนามสนธิสัญญาโซโคเวีย สตีฟเดินไปส่งชารอนจนถึงลิฟท์ สตีฟแซวว่าตอนอยู่ห้องตรงข้ามนี่ถ้ำมองเขาบ่อยไหม? ชารอนตอบว่าเธอแค่สอดแนมตามหน้าที่ กัปตันถามว่าตอนนี้ CIA ย้ายเธอมาทำงานที่เบอร์ลินหรือ? ชารอนบอกว่าเธอย้ายไปทำงานที่หน่วยร่วมเฉพาะกิจก่อการร้าย(Joint Counter Terrorist Centre) ที่เบอร์ลินแล้ว แซมเรียกสตีฟไปดูข่าวระเบิดที่เวียนนา มีการปล่อยวิดีโอผู้ก่อเหตุคือบัคกี้ ชารอนขอตัวไปทำงานก่อน

capcwlp54
สตีฟ โรเจอร์ส กับ ชารอน คาร์เตอร์ (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)

กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

ณ สถานที่จัดงานลงนามสนธิสัญญาโซโคเวีย(United Nations Meeting Building) นาตาชาได้ทักทายกับองค์ชายทีชาลาและทีชากา กษัตริย์แห่งประเทศวากานดา องค์ชายยินดีเป็นอย่างยิ่งที่นาตาชาตัดสินใจร่วมลงนามในครั้งนี้ ขณะที่กษัตริย์แห่งวากานดากำลังขึ้นกล่าวสุนทรพจน์นั้น องค์ชายได้สังเกตเห็นว่ากำลังจะเกิดเหตุระเบิดจึงตะโกนแจ้งผู้ร่วมประชุม เกิดการระเบิดขึ้นจากรถของผู้สื่อข่าวที่จอดอยู่ด้านล่าง หลังเหตุการณ์ระเบิดสงบลงมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือกษัตริย์แห่งวากานดา นาตาชาให้กำลังใจองค์ชายทีชาลา ท่ามกลางผู้คนที่มุงดูเหตุการณ์มีสตีฟและแซมปลอมตัวปะปนกับฝูงชนอยู่ สตีฟโทรหานาตาชาเพื่อสอบถามว่าเธอปลอดภัยดีหรือไม่ นาตาชาบอกว่าปลอดภัยดี แต่เตือนให้สตีฟอย่าเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้ สตีฟบอกว่าถ้าบัคกี้กู่ไม่กลับแล้วเขานี่แหละจะเป็นคนจัดการบัคกี้เอง สตีฟแอบพบกับชารอนที่ร้านกาแฟ ชารอนแอบเอาข้อมูลเบาะแสของบัคกี้ให้สตีฟ ให้สตีฟล่วงหน้าไปก่อนหน่วยงานของเธอเพราะคำสั่งของหน่วยงานคือพบแล้วฆ่าได้เลย

black-panther-6
เจ้าชายทีชาลาแห่งวากานดา (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)

บูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย

บัคกี้ออกมาซื้อของและสังเกตเห็นคนดูหนังสือพิมพ์และมองหน้าเขาแบบตื่นตระหนก พอเขาจ้องกลับไป ชายคนนั้นก็รีบวิ่งหนีไปทันที บัคกี้จึงหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นขึ้นมาดูและพบว่าเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้วางระเบิดที่กรุงเวียนนา

gallery-1448472139-movies-captain-america-civil-war-bucky-red-shirt
บัคกี้อยู่ที่บูคาเรสต์ (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)

ณ ห้องพักของบัคกี้ กัปตันยืนรอบัคกี้อยู่ เขารู้สึกว่ามีคนอยู่ข้างหลังจึงหันไปและพบบัคกี้ยืนมองอยู่ กัปตันถามว่าจำเขาได้ไหม? บัคกี้ตอบว่ารู้จักจากพิพิธภัณฑ์ กัปตันรู้ว่าบัคกี้จำเขาได้แต่แกล้งจำไม่ได้ กัปตันถามว่าเขาได้มีส่วนในเหตุระเบิดในกรุงเวียนนาหรือไม่? บัคกี้ตอบทันทีว่าเขาไม่เกี่ยวข้อง เขาพยายามจะอยู่อย่างสงบมาตลอด

ขณะนั้นถูกเจ้าหน้าที่เข้าจู่โจมห้องพัก บัคกี้พยายามหลบหนีโดยไม่สนว่าคนที่มาขวางเขาจะเป็นหรือตาย ตลอดทางหลบหนีกัปตันพยายามช่วยคนที่โดนบัคกี้ทำร้ายไม่ให้ถึงชีวิต บัคกี้หลบหนีออกจากตึกมาได้แต่กลับต้องประจันหน้ากับแบล็คแพนเตอร์ บัคกี้พยายามหนี โดยมีแบล็คแพนเตอร์ กัปตัน ฟอลคอน และเจ้าหน้าที่รัฐติดตาม ในที่สุดทุกคนจนมุมให้กับวอร์แมชชีน

capcivilwarhres2
แบล็ค แพนเธอร์ไล่บัคกี้ ส่วนกัปตันก็วิ่งตามหลังมาติดๆ (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)

ฐานอเวนเจอร์ส ที่นิวยอร์ก

วิชั่นพยายามทำอาหารให้วันด้าทานเพราะคิดว่าอาจทำให้วันด้าอารมณ์ดีขึ้นได้ วันด้าบอกว่าเธอยังเป็นคนเดิมเหมือนก่อนที่จะได้รับพลังพิเศษ แต่ผู้คนกลับมองเธอแปลกออกไป วิชั่นบอกว่าเขาอยากเข้าใจพลังของอัญมณี(Mind Stone)ที่หน้าผาก ถ้าเขาเข้าใจ วันนึงเขาอาจควบคุมมันได้ วันด้าอาสาจะออกไปซื้อของให้ วิชั่นไม่ให้ไป วันด้าจึงรู้ตัวว่าถูกกักบริเวณ วิชั่นบอกว่าเขาได้รับคำสั่งมาจากโทนี่ วันด้าถามว่าเธอถูกกักตัวเพราะโทนี่กลัวว่าเธอจะตกอยู่ในอันตรายใช่ไหม? วิชั่นตอบว่าไม่ใช่ แต่โทนี่กลัวว่าวันด้าจะไปทำร้ายคนอื่นต่างหาก

capcwlp47
วิชั่นกักบริเวณวันด้า (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)

กรุงเบอร์ลิน, ประเทศเยอรมนี

บัคกี้ สตีฟ แซม และองค์ชายทีชาลาถูกพาตัวไปกักไว้ที่หน่วยร่วมเฉพาะกิจก่อการร้าย (JCTC) รวมถึงได้มีการยึดโล่กัปตันอเมริกาและชุดนกของฟอลคอนไปด้วย นาตาชาเข้ามาพูดต่อว่าสตีฟที่ทำให้เรื่องบานปลาย สตีฟบอกว่าอย่างน้อยๆ เขาก็ทำให้ในตอนนี้บัคกี้ยังมีชีวิตอยู่

capcivilwarhres8
ชารอน คาร์เตอร์และเอเวอเรตต์ รอสส์ เจ้าหน้าที่ของหน่วยร่วมเฉพาะกิจก่อการร้าย (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)
buckycawr
บัคกี้ถูกจับขังไว้ในตู้ของหน่วยร่วมเฉพาะกิจก่อการร้าย (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)

โทนี่รับหน้ากับรัฐมนตรีรอสส์ พยายามไกล่เกลี่ยให้สตีฟและแซมรับโทษสถานเบาแทนการติดคุก โทนี่พยายามโน้มน้าวให้สตีฟเซ็นสัญญา สตีฟถามถึงเพพเพอร์ โทนี่บอกสตีฟว่าความสัมพันธ์ของเขากับเพพเพอร์ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ตอนนี้เรากำลังพักความสัมพันธ์กันอยู่ เพราะว่าตั้งแต่โทนี่เริ่มเป็นไอออนแมน ได้เข้าร่วมอเวนเจอร์ โทนี่เริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้นทุกที ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเองที่ไม่อยากวางมือ เขาหวังว่าสนธิสัญญานี้จะทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับเพพเพอร์ดีขึ้นได้ โทนี่บ่นว่าพ่อของเขาก็แสบใช่ย่อย  ยังแต่งงานอยู่กินกับแม่มาได้ สตีฟบอกว่าเขาดีใจที่ฮาเวิร์ด(พ่อโทนี่)ได้แต่ง เขาเคยรู้จักกันสมัยยังหนุ่มและโสด โทนี่ไม่พอใจที่สตีฟไม่เคยบอกเลยว่ารู้จักกับพ่อ สตีฟบอกว่าที่ไม่บอกเพราะกลัวว่าโทนี่จะวางตัวลำบาก(เพื่อนพ่อ) สตีฟบอกว่าอะไรที่เขาคิดว่าจะเป็นปัญหาได้ เขาก็จะพยายามเลี่ยงมัน(คิดว่าบอกไปแล้วจะมีปัญหาก็เลยเลือกที่จะไม่บอก) โทนี่บอกว่าตอนนี้ยังไม่สายไปสำหรับการแก้ไขสถานการณ์ ถ้ายอมเซ็นเขาจะให้ส่งตัวบัคกี้ไปที่ศูนย์จิตเวชอเมริกาแทนเรือนจำวากานดา สตีฟเปลี่ยนเรื่องมาถามถึงวันด้า โทนี่บอกว่าให้วิชั่นเฝ้ากักบริเวณเอาไว้อยู่ สตีฟตกใจและต่อว่าโทนี่ว่าวันด้ายังเป็นเด็กอยู่ ทำไมถึงต้องทำแบบนั้น แต่โทนี่บอกว่าที่กักบริเวณไว้ออกจะกว้างขวางมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ลงเอยด้วยสตีฟไม่ยอมเซ็นสัญญา

capcivilwarhres14
โทนี่ สตาร์กและคุยกับสตีฟ โรเจอร์สเป็นการส่วนตัว (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)

ชารอนนำเอกสารใบรับฝากโล่และชุดนกของฟอลคอนมาให้สตีฟและแซมเซ็น จากนั้นชารอนทำการดึงภาพกล้องวงจรปิดในห้องที่กำลังถ่ายทอดสดการประเมินสภาพจิตใจของบัคกี้โดยจิตแพทย์ของทางองค์การสหประชาชาติให้ดูกัน สตีฟถามชารอนว่าทำไมถึงเริ่มด้วยการปล่อยภาพของบัคกี้ในสื่อทั่วโลก บางทีอีกฝ่ายอาจหลอกใช้ให้คนทั่วโลกช่วยหาตัว Winter Soldier ก็ได้ ชารอนเถียงว่าแต่สุดท้ายแล้วคนที่ได้ตัวบัคกี้คือเรานะ แล้วทั้งคู่ก็หันไปมองที่หน้าจอถ่ายทอดสดด้วยความตื่นตระหนก

capcivilwarhres5
ชารอน คาร์เตอร์, แซม วิลสัน, นาตาชา โรมานอฟฟ์ และสตีฟ โรเจอร์สอยู่ในตึก Joint Counter Terrorist Centre (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)

>> ณ โรงไฟฟ้าแห่งหนึ่ง รถส่งของขับเข้าไปเพื่อส่งพัสดุ เมื่อไปถึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำสถานีออกมารับพัสดุ เมื่อเซ็นรับพัสดุเรียบร้อยจึงเปิดกล่องออกดูพบขดลวดขนาดใหญ่(ที่เคยเห็นในห้องพักของซีโม) และทันใดนั้นเกิดปฏิกิริยาทำให้ไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าขัดข้องจนดับลง

ระหว่างกำลังดูการถ่ายทอดสดไฟฟ้าเกิดดับลง ชารอนแจ้งพิกัดห้องกักตัวบัคกี้ สตีฟและแซมรีบรุดไปตรวจสอบ

Helmut-Zemo
เฮลมุต ซีโมปลอมตัวเป็นจิตแพทย์ (ภาพโปรโมทจาก Entertainment Weekly)

ณ ห้องกักตัวบัคกี้ หลังจากไฟดับลง ซีโมที่ปลอมตัวเป็นจิตแพทย์เริ่มอ่านคำสั่งปลุก Winter Soldier จากสมุดสีแดงจนในที่สุด Winter Soldier ได้ถูกปลุกขึ้น ซีโมถามถึงรายละเอียดของภารกิจเมื่อ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1991 สตีฟพบซีโมที่พยายามทำตัวเป็นผู้ถูกทำร้ายและถามว่าซีโมต้องการอะไร? ซีโมตอบว่าเขาอยากเห็นจักรวรรดิล่มสลาย จากนั้นสตีฟและแซมพยายามยับยั้ง Winter Soldier แต่ในที่สุดก็สู้ Winter Soldier ไม่ได้ ทำให้ Winter Soldier หนีลงไปชั้นล่าง ซีโมอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไป

Captain-America-Civil-War-Trailer-2-Bucky-vs-Stark
เกิดเหตุการณ์ชุลมุนหลังจากบัคกี้ถูกปลุกด้วยคำสั่ง (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)

ชารอนบอกให้ทุกคนตามเธอมาเพราะเธอรู้ว่าบัคกี้จะหนีไปทางไหน ดังนั้น โทนี่ นาตาชา และองค์ชายทีชาล่าจึงตามชารอนไป เมื่อพบบัคกี้ทุกคนพยายามจับกุมบัคกี้ แต่ไม่มีใครทำสำเร็จ สุดท้ายสตีฟตามบัคกี้ไปถึงดาดฟ้าของตึกและพบว่าบัคกี้กำลังนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินจึงยื้อยุดฉุดกระชากกันจนเฮลิคอปเตอร์ตกน้ำ(ฉากนี้สตีฟกล้ามสวยมาก) บัคกี้หมดสติ

capcivilwarhres7
กัปตันกระชากเฮลิคอปเตอร์ที่บัคกี้กำลังขับอยู่ (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)

>>ณ สนามบิน ซีโมเปิดฟังข้อความเสียงของภรรยาและเตรียมขึ้นเครื่องบินไปยังกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

สตีฟลักพาบัคกี้ไปซ่อนตัวที่โกดัง โดยทำการพันธนาการแขนเหล็กเอาไว้ บัคกี้ได้ฟื้นขึ้น สตีฟสงสัยว่าคนที่ฟื้นขึ้นมาคือบัคกี้หรือ Winter Soldier บัคกี้ยืนยันตัวตนด้วยเรื่องราวในอดีตของสตีฟที่หาอ่านกันไม่ได้ สตีฟจึงยอมปล่อยบัคกี้จากพันธนาการ สตีฟถามว่าหมอคนนั้นต้องการอะไรถึงลงทุนจัดฉากเพื่อได้อยู่กับบัคกี้แค่ 10 นาที บัคกี้เล่าว่าจิตแพทย์ตัวปลอมอยากรู้พิกัดของฐานที่เก็บ Winter Soldier ที่ไซบีเรีย สตีฟถามว่าเขาจะอยากรู้ไปทำไม? บัคกี้บอกว่าบางทีเขาอาจรู้ว่า Winter Soldier ไม่ได้มีเขาแค่คนเดียว เมื่อหมอคนนั้นปลุกเขาได้ก็อาจปลุกอีก 5 คนที่เหลือนั่นได้เหมือนกัน

ของเหลวสีฟ้าที่เขาได้มาจากภารกิจ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1991 ถูกนำมาสร้าง Winter Soldier อีก 5 คน พวกนั้นมีความสามารถในการฆ่ามากกว่าหน่วยอื่นในไฮดร้าตั้งแต่ก่อนได้รับเซรุ่มด้วยซ้ำไป พวกนั้นร้ายกาจกว่าฉัน สตีฟเห็นดังนั้นจึงอยากขอความร่วมมือจากโทนี่ แซมบอกว่าต่อให้เขาอยากช่วยแต่กฎหมายก็อาจไม่ยอมให้เขาช่วยก็ได้ สตีฟพูดอย่างทำใจว่าคงมีแค่พวกเรากันเอง แซมยิ้มแล้วตอบว่าก็อาจจะมีอีกคนนึง

we-open-with-a-scene-featuring-sam-wilsonfalcon-and-steve-rogerscaptain-america-coming-across-bucky-barnes-aka-the-winter-soldier-this-is-the-scene-which-played-at-the-end-of-ant-man.jpg
สตีฟลักพาบัคกี้ไปซ่อนตัวที่โกดัง (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)

โทนี่เจรจาขอจัดการเรื่องบัคกี้เองโดยรอสส์ให้เวลาในการจัดการเรื่องนี้แค่ 36 ชั่วโมงเท่านั้น โทนี่บ่นว่าตอนนี้อเวนเจอร์ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายทำให้เรามีคนน้อย น่าจะให้เวลามากกว่านี้ นาตาชาบอกว่าเธอเห็นอยู่คนนึงแล้วที่น่าจะช่วยเราได้ (นาตาชาชวนองค์ชายทีชาลาเข้าร่วมทีมเพื่อตามหาบัคกี้)

3
นาตาชาชวนองค์ชายทีชาลาเข้าร่วมทีมเพื่อตามหาบัคกี้ (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)

 

จากนั้นโทนี่ได้เดินทางไปยังบ้านของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่ควีนส์, นิวยอร์ก โทนี่ถามปีเตอร์ว่าเพราะอะไรเขาถึงเป็นสไปเดอร์แมน ปีเตอร์บอกว่าถ้าคุณมีความสามารถที่จะหยุดยั้งเหตุการณ์ร้ายๆ ได้ แต่คุณไม่ทำ ถ้าเหตุร้ายนั้นเกิดขึ้นนั่นก็เป็นเพราะคุณเพิกเฉยจึงทำให้มันเกิดขึ้น จากนั้นโทนี่จึงทาบทามให้เขามาร่วมทีม ปีเตอร์บอกว่าเขาไม่เคยไปต่างประเทศ โทนี่ชวนไปเยอรมัน ปีเตอร์ดูลำบากใจ โทนี่จึงถามว่าทำไมถึงไปไม่ได้ล่ะ? ปีเตอร์บอกว่าเขามีการบ้าน(การแสดงฉากนี้เป็นฉากที่เรียกเสียงฮาฉากนึงเลย)

ฮอว์คอายบุกไปรับตัววันด้าที่ฐานประจำการอเวนเจอร์สและถูกวิชั่นเข้าขัดขวาง วันด้าเองก็ยังจิตตกไม่หาย ฮอว์คอายจึงเตือนสติว่าถ้าอยากดราม่าให้ไปศาลาคนเศร้า ถ้าอยากแก้ตัวใหม่ให้สะบัดตูดลุกขึ้นมา วิชั่นบอกว่าถ้าทำแบบนี้จะไม่สามารถหยุดความกลัวของผู้คนที่มีต่อวันด้าได้ วันด้าตอบไปว่าฉันไม่สามารถควบคุมความกลัวของคนอื่นได้ แต่ฉันควบคุมความกลัวของตัวเองได้ และตัดสินใจใช้พลังจิตส่งวิชั่นทะลุพื้นลงไป จากนั้นได้เดินทางไปกับฮอว์คอาย

what-s-hiding-in-the-new-captain-america-civil-war-trailer-883964
วันด้าสู้กับวิชั่น (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)

สตีฟ บัคกี้ แซม จอดรถรออยู่ที่จุดนัดพบ ไม่นานนักชารอนได้แวะเอาโล่และชุดนกของฟอลคอนมาคืนให้ โดยของทั้งสองชิ้นชารอนแอบนำออกมาโดยมิได้รับอนุญาต สตีฟบอกว่าต่อไปคุณคงถูกตามล่าอย่างแน่นอน แต่ชารอนทำใจไว้อยู่แล้ว ทั้งสองจูบกันดูดดื่ม ระหว่างนั้นบัคกี้และแซมนั่งดูฉากสวีทกันอยู่ในรถเต่าของสตีฟ เมื่อชารอนจากไป สตีฟหันไปพบเพื่อนสองคนยิ้มกรุ้มกริ่มมาที่เขา

จากนั้นสตีฟขับรถมายังสนามบิน พบรถตู้คันหนึ่งภายในบรรทุกคนมาสามคน ได้แก่ คลิ้นท์(ฮอว์คอาย) วันด้า และสก๊อต แลงก์(แอนท์แมน) สก๊อตดีใจมากที่ได้พบสตีฟจึงขอจับมือและจับหน้าอกสตีฟด้วยความตื่นเต้น เขาดีใจมากที่ได้รับเลือกเข้าร่วมทีม สตีฟบอกเขาว่างานนี้เป็นงานนอกกฎหมาย ถ้าไปกับเราจะถูกตามล่า สก๊อตบอกว่าก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่นี่นา(ติดคุกประจำอยู่แล้ว)

2
ชารอนนำชุดเครื่องแบบมาให้สตีฟ โรเจอร์ส และทั้งคู่ก็จูบกัน (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)
paul-rudd-civil-war
ฮอว์คอายพาตัววันด้า และสก๊อต แลงก์ มาพบกับสตีฟ โรเจอร์ส (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)

สนามบินไลพ์ซิก/ฮัลล์ ประเทศเยอรมนี

ทีมกัปตัน ประกอบด้วย กัปตัน บัคกี้ ฟอลคอน ฮอว์คอาย วันด้า และแอนท์แมน มุ่งสู่สนามบิน เพื่อไปยังฐานไฮดร้าที่ไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย จุดประสงค์คือการหยุดยั้งการกระทำของจิตแพทย์ตัวปลอม(ซีโม) เมื่อไปยังสนามบินพบเข้ากับทีมไอออนแมนที่ประกอบด้วย ไอออนแมน แบล็ควิโดว์ วอร์แมชชีน วิชั่น แบล็คแพนเตอร์ และสไปเดอร์แมน

Captain-America-Civil-War-Spider-Man-Costume-Eyes-Official
สไปเดอร์-แมน (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)

ก่อนเริ่มการต่อสู้กัปตันได้ตะโกนบอกไอออนแมนว่าจิตแพทย์ที่ให้มาประเมินสภาพจิตใจบัคกี้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด นายตามล่าผิดคน จะปล่อยให้หมอนั่นไปเจอกับ Winter Soldier อีก 5 คนไม่ได้

โทนี่บอกว่าเขาพยายามประวิงเวลากับรัฐมนตรีรอสส์ได้มา 36 ชม. ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมา 24 ชม. แล้ว ยอมให้จับเถอะ ไม่งั้นรอสส์จะส่งหน่วยอื่นมาที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อหยุดนาย

เมื่อไม่สามารถตกลงกันได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเทศกาลปล่อยของ

capcivilwarhres17
#TeamIronMan: ไอออนแมน (โทนี่ สตาร์ก), แบล็ควิโดว์ (นาตาชา โรมานอฟฟ์), แบล็คแพนเธอร์ (ทีชาลา), วอร์แมทชีน (โรดี้), วิชั่น และยังมี สไปเดอร์-แมน (ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์) อีกด้วย ซึ่งไม่ได้ปรากฎในคลิปโปรโมท (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)
Screen-Shot-2016-02-07-at-6.17.48-PM
#TeamCap: กัปตันอเมริกา (สตีฟ โรเจอร์ส), วินเทอร์ โซลเยอร์ (บัคกี้ บาร์นส์), ฟอลคอล (แซม วิลสัน), วันด้า, ฮอร์คอาย (คลิ้น บาร์ตัน), แอนท์-แมน (สก็อต แลงก์) (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)

ฉากนี้มีความตื่นตาตื่นใจและเป็นการปะทะที่ค่อนข้างยาวนาน นอกจากนี้ยังเป็นฉากโชว์ของของสไปเดอร์แมนและแอนท์แมนอีกด้วย ช่วงท้ายของการต่อสู้นี้ฟอลคอนได้เสนอให้กัปตันและบัคกี้ไปรัสเซียกัน 2 คน ส่วนเขาและคนที่เหลือจะอยู่รับมือทีมไอออนแมนให้เพราะการจะทำงานสำคัญต้องมีคนเสียสละ กัปตันและบัคกี้จึงฝ่าไปจนถึงโรงจอดควินเจ็ทได้และพบกับแบล็ควิโดว์เข้า แบล็ควิโดว์ตัดสินใจปล่อยกัปตันกับบัคกี้ไป และขัดขวางไม่ให้แบล็คแพนเตอร์ติดตาม

Civil-War-5
ไอออนแมนและวอร์แมชชีน (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)

ไอออนแมน วอร์แมชชีน และฟอลคอนเหาะตามควินเจ็ทไป วอร์แมชชีนสั่งวิชั่นให้จัดการฟอลคอน วิชั่นที่กำลังดูแลวันด้าอยู่จึงหันไปปล่อยพลังใส่ฟอลคอน ฟอลคอนหลบจึงทำให้วอร์แมชชีนถูกสอยร่วงแทน ผลจากการโจมตีของวิชั่นทำให้ชุดเกราะของวอร์แมชชีนหยุดการทำงานกลายเป็นเพียงแค่เกราะเหล็กธรรมดาและดิ่งพสุธาลงกระแทกพื้น ไอออนแมนลงมาดูอาการของโรดี้(วอร์แมชชีน) ฟอลคอนเหาะลงมาและกล่าวขอโทษ ด้วยความโมโหไอออนแมนจึงซัดฟอลคอนกระเด็นไป

capcivilwarhres19
ไอออนแมนลงมาดูอาการบาดเจ็บของวอร์แมชชีน (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)

บนเครื่องควินเจ็ท บัคกี้รู้สึกผิด เขาพูดกับสตีฟว่า ไม่รู้ว่าเขาคุ้มกับที่สตีฟลงมือทำหรือเปล่า สตีฟปลอบใจบัคกี้ว่าตลอดหลายปีมานี้บัคกี้ถูกไฮดร้าควบคุมจิตใจ นั่นไม่ใช่ตัวบัคกี้เลย สิ่งที่ทำลงไปเพราะนายเลือกไม่ได้ บัคกี้ตอบว่าฉันรู้ แต่ฉันก็เป็นคนทำอยู่ดี

 

>>โรงแรมแห่งหนึ่ง กรุงเบอร์ลิน, เยอรมัน พนักงานโรงแรมมาส่งรูมเซอร์วิชให้ซีโมที่ห้องแต่กลับพบศพอยู่ในห้องแทน

>> ณ ฐานไฮดร้า ไซบีเรีย, รัสเซีย ซีโมไปถึงที่นั่นและได้พบกับ Winter Soldier ทั้ง 5 คนแล้ว

 

โรดี้เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บ วิชั่นถูกต่อว่า นาตาชาแวะมาดูอาการและพูดคุยกับโทนี่ โทนี่บอกว่าโรดี้อาจเป็นอัมพาต นาตาชาอยากให้โทนี่หยุด เพราะสตีฟคงไม่หยุดแน่นอน และถ้าทั้งสองฝ่ายไม่ยอมหยุดกันทั้งคู่จะยิ่งทำให้มันบานปลาย ตอนนี้พวกเรากำลังเดินหมากผิดนะ โทนี่ต่อว่าเรื่องที่นาตาชาปล่อยสตีฟกับบัคกี้ไปและบอกว่าโรคสายลับสองหน้านี่คงรักษาไม่หายสินะ และบอกว่าองค์ชายทีชาลารายงานรอสส์แล้วว่าเธอปล่อยพวกนั้นไป ต่อไปเธอจะถูกตามจับ นาตาชาจึงจากไป

F.R.I.D.A.Y. รายงานข้อมูลสำคัญของแฟ้มตำรวจเบอร์ลิน โทนี่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์และให้ F.R.I.D.A.Y. รายงานข้อมูลพบว่าจิตแพทย์ปลอมคือ พันเอกเฮลมุท ซีโม ฝ่ายข่าวกรองโซโคเวีย หน่วยแทรกซึมสังหารโซโคเวีย ส่วนจิตแพทย์ขององค์กรสหประชาชาตินั้นพบเป็นศพอยู่ในโรงแรมที่เบอร์ลิน นอกจากนี้ภายในห้องพักยังพบวิกและหน้ากากที่ลอกเลียนรูปพรรณของบัคกี้(หมายความว่าเหตุระเบิดที่กรุงเวียนนาอาจไม่ใช่ฝีมือของบัคกี้ แต่มีคนปลอมตัวเป็นบัคกี้ไปก่อเหตุ) จากการชันสูตรศพพบว่าเสียชีวิตก่อนวันที่จะมาประเมินสภาพจิตใจให้บัคกี้(ยืนยันว่าคนที่มาประเมินสภาพจิตใจเป็นตัวปลอม) โทนี่สั่งให้ส่งข้อมูลนี้ให้รัฐมนตรีรอสส์ และนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปยังคุกราฟท์(คุกกลางมหาสมุทร) และขอเข้าพบทีมกัปตันอเมริกาที่ถูกจับกุมที่สนามบิน

what-s-hiding-in-the-new-captain-america-civil-war-trailer-883929
คุกราฟท์ (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)
Captain-America-Civil-War-Trailer-2-Prison-Tony-Stark
โทนี่มายังคุกราฟท์เพื่อขอเข้าพบทีมกัปตันอเมริกาที่ถูกจับกุม (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)

เมื่อไปถึงที่คุกราฟท์โทนี่ถูกต่อว่าอย่างหนักเรื่องการถูกจองจำในเรือนจำที่มีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนาระดับสูงสุดกลางมหาสมุทร ซึ่งโทนี่เองก็ไม่รู้มาก่อนว่าทุกคนจะถูกนำมาขังที่แบบนี้และเมื่อส่งตัวผู้ต้องหาให้แล้วโทนี่ก็ไม่มีอำนาจใดๆ ในตัวผู้ต้องหาอีก โทนี่พูดคุยกับแซมว่าส่งโรดี้ไปที่ศูนย์การแพทย์โคลัมเบีย จากนั้นโทนี่ได้แอบดับไมค์ของกล้องวงจรปิด เปิดเผยว่ารู้เรื่องจิตแพทย์ปลอมแล้ว เขายอมรับผิดในเรื่องนี้ และอยากตามไปช่วยกัปตัน แซมให้โทนี่รับปากว่าจะแอบไปคนเดียว ไปแบบมิตร โทนี่ตกลง หลังได้ข้อมูล โทนี่ออกจากคุกและใส่ชุดไอออนแมนเหาะไปยังฐานไฮดร้าที่ไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย โดยมีองค์ชายทีชาลาแอบสะกดรอยตาม

ฐานไฮดร้าที่ไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย

1462175213_978
กัปตันกับบัคกี้มายัง HYDRA Siberian Facility (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)

ไอออนแมน ไกล่เกลี่ยกับกัปตันและบัคกี้ เพื่อจับกุมซีโม โดยมีแบล็คแพนเตอร์แอบตามอยู่ เมื่อพบตัวซีโมปรากฎว่าซีโมฆ่า Winter Soldier ที่นั่นไปแล้ว ซีโมบอกว่าขอบคุณพวกเขาทั้งห้าคนที่ล่อให้พวกนายมาที่นี่ได้ กัปตันถามว่าซีโม่ฆ่าคนบริสุทธิ์ที่เวียนนาเพียงเพื่อต้องการให้พวกเขามาที่นี่เท่านั้นหรือ? เขาบอกว่าเขาใช้เวลาในการวางแผนและดำเนินการถึงหนึ่งปีกว่าวันนี้จะมาถึง กัปตันถามว่าเขาสูญเสียคนรักไปใช่ไหม? เขาตอบว่าจักรวรรดิที่พ่ายแพ้ต่อศัตรูยังกลับมารุ่งเรืองได้ แต่หากแตกร้าวจากภายในคือล่มสลายอย่างแท้จริง จากนั้นเปิดวิดีโอภารกิจ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1991 เป็นภารกิจที่เราได้ชมในตอนต้นเรื่อง คือการลอบสังหารคนที่อยู่บนรถยนต์ ซึ่งแท้จริงแล้วคือ ฮาเวิร์ดกับมาเรีย สตาร์ก หรือก็คือพ่อและแม่ของโทนี่นั่นเอง

020
กัปตัน บัคกี้และโทนี่พบกับซีโม (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)

โทนี่ที่ทั้งคับแค้นใจ ทั้งคาดไม่ถึง โทนี่ถามกัปตันว่าเขารู้เรื่องนี้มาก่อนใช่ไหม? กัปตันยอมรับว่าใช่ กัปตันพยายามพูดให้โทนี่เข้าใจว่าบัคกี้ถูกไฮดร้าครอบงำให้ทำลงไป โทนี่ถามบัคกี้ว่าจำพ่อกับแม่เขาได้ไหม? บัคกี้บอกว่าจำได้ กัปตันบอกว่าฆ่าบัคกี้ไปก็เปลี่ยนอดีตไม่ได้นะ โทนี่บอกว่าเปลี่ยนไม่ได้ก็ช่างและตามไล่ฆ่าบัคกี้อย่างดุเดือด โดยมีกัปตันคอยขัดขวางโทนี่และหาทางให้บัคกี้หนีไป บัคกี้พยายามหยุดยั้งโทนี่ด้วยการเล่นงานเตาปฏิกรณ์อาร์คที่อกโทนี่ สุดท้ายถูกโทนี่ทำลายแขนเหล็กของบัคกี้และอัดจนบัคกี้หมอบลงกับพื้น กัปตันฟาดโล่ลงที่หน้ากากโทนี่จนทำให้หน้ากากหลุดออก โทนี่คิดว่ากัปตันจะฟาดโล่ลงมาที่หน้าอีกครั้งจึงยกมือขึ้นกันหน้า แต่สุดท้ายกัปตันทำเพียงทำลายเตาปฏิกรณ์อาร์คของชุดไอออนแมนเพื่อให้เขาไม่มีพิษสงอีกต่อไป กัปตันผละจากโทนี่และพยุงบัคกี้ขึ้น โทนี่ที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้จึงโพล่งออกไปว่า โล่นั่นเป็นของพ่อฉัน พ่อฉันเป็นคนสร้างมัน กัปตันนิ่งอึ้งไปชั่วครู่แล้ววางโล่ลงพร้อมพยุงบัคกี้จากไป

021
กัปตันกับโทนี่ต่อสู้กัน (ภาพจากคลิปโปรโมท Civil War)

องค์ชายทีชาลาสะกดรอยตามซีโมออกมาพบซีโมนั่งฟังข้อความเสียงจากภรรยาอยู่ องค์ชายทีชาลาบอกว่าเกือบจะฆ่าผิดคนซะแล้ว นี่คือสิ่งที่คุณหวังใช่ไหมให้พวกเขาฆ่าฟันกันเอง? ซีโมเล่าว่าหนึ่งปีก่อนเขาพาภรรยาและลูกกลับไปเยี่ยมพ่อที่นอกเมือง ลูกตื่นเต้นมากที่ได้เห็นไอออนแมนจากหน้าต่างตอนนั่งรถ ฉันคิดว่าแถวนั้นน่าจะปลอดภัยเพราะเขาสู้กันอยู่ในเมือง เมื่อเหตุการณ์สงบลง ผ่านไปสองวันในที่สุดเขาพบศพพ่อเขากอดภรรยาและลูกของเขาอยู่ในอ้อมแขน ฉันรู้ดีว่าฉันคงทำอะไรพวกเขาไม่ได้ ขนาดวายร้ายที่แกร่งกว่าฉันยังทำอะไรพวกเขาไม่ได้เลย แต่มันก็ไม่แน่นะถ้าหากสามารถเสี้ยมให้พวกเขาฆ่ากันเองได้ องค์ชายทีชาลาพิจารณาแล้วพบว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดจากความแค้นที่กัดกินใจซีโม(แค้นอเวนเจอร์) กัดกินใจอเวนเจอร์(โทนี่แค้นบัคกี้) ตอนนี้เขาต้องไม่ยอมให้มันกัดกินใจเขาไปอีกคน  ตอนนั้นเองที่ซีโมพยายามฆ่าตัวตายแต่ถูกองค์ชายยับยั้งไว้และบอกว่าซีโมยังมีหนี้ติดค้างกับคนเป็น(รับโทษทางกฎหมาย)

ซีโม่ถูกคุมขังและสอบสวน เจ้าหน้าที่เอเวอเรตต์ รอสส์พูดกับซีโมว่า สุดท้ายคุณก็คว้าน้ำเหลว แผนของคุณพังพินาศทั้งหมด ซีโมยิ้มแล้วตอบกลับว่าคุณแน่ใจแล้วหรือ?

ฐานอเวนเจอร์ส ที่นิวยอร์ก

โรดี้พยายามเดินโดยที่ท่อนล่างเหมือนสวมชุดเกราะอยู่ โทนี่รู้สึกแย่ที่โรดี้กลายเป็นแบบนี้ โรดี้บอกว่าเขาเป็นทหาร ทุกครั้งที่เขาขึ้นบิน เขาคิดเสมอว่านั่นอาจเป็นครั้งสุดท้าย สาเหตุที่เขายอมเซ็นสัญญานั่นเพราะมันถูกต้องตามหลักการ แม้ว่ามันจะเล่นงานเราซะเละเทะ แต่ตอนนี้ผมก็ยังไม่เปลี่ยนใจนะ

28
โทนี่ สตาร์กขับรถ Audi มายังฐานอเวนเจอร์ส (ภาพโปรโมทจากมาร์เวล)

รถส่งของขับมาส่งพัสดุให้โทนี่ พนักงานส่งของคือคุณปู่สแตน ลี นั่นเอง เขาอ่านชื่อโทนี่ผิดเป็น “โทนี่ แสต๊ง” ทำเอาโทนี่ถูกโรดี้ล้อยกใหญ่เลย

FedEx_Express_truck
ภาพรถ FedEx จาก Wiki

เมื่อเขาเปิดกล่องพัสดุออกก็พบกับจดหมายที่สตีฟเขียนถึงเขา ในจดหมายสตีฟบอกว่าอเวนเจอร์คือครอบครัวของโทนี่ สตีฟบอกว่าเขาให้ความศรัทธากับผู้คนนะ แต่แค่บางคนเท่านั้น เมื่อก่อนฉันตัวคนเดียวมาตั้งแต่อายุสิบแปด ไม่เคยเข้ากับใครได้ แต่พวกเขาไม่เคยทิ้งฉันและนั่นเป็นเหตุผลว่าฉันก็ไม่สามารถทิ้งพวกเขาได้เช่นกัน(น่าจะหมายถึงบัคกี้และทุกคนในอเวนเจอร์) พวกเขาไม่ควรถูกกักขัง ฉันรู้ว่าฉันทำให้นายเจ็บปวด ที่ผ่านมาฉันคิดมาตลอดว่าการปิดบังเรื่องพ่อแม่ของนายเป็นการทำเพื่อนาย แต่ความจริงแล้วนั่นเป็นการทำเพื่อตัวฉันเอง ขอโทษนะ ฉันหวังว่าสักวันนายจะเข้าใจฉัน ฉันก็อยากที่จะเห็นพ้องในข้อตกลง นายทำตามสิ่งที่นายเชื่อ ฉันก็ทำตามสิ่งที่ฉันเชื่อ เราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำได้และก็ควรทำด้วย ไม่ว่ายังไงก็ตามถ้าต้องการพวกเรา ถ้านายอยากให้ฉันช่วย ฉันพร้อมที่จะไปอยู่เคียงข้างนายเสมอ โทนี่พบโทรศัพท์มือถืออยู่ในกล่องพัสดุและแอบอมยิ้ม

รัฐมนตรีรอสส์โทรมาหาโทนี่เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องคุกราฟ์ถูกบุกจู่โจม โทนี่ไม่สนใจจะให้ความช่วยเหลือเท่าไหร่นัก

สตีฟไปช่วยเหลือทีมกัปตันอเมริกาออกจากคุกราฟท์

ฉาก Post-credit 1

จนกว่าจะหาวิธีเอาสิ่งที่ไฮดร้าฝังใส่หัวเขาออกได้ บัคกี้เลือกที่จะถูกแช่แข็งอีกครั้ง เพราะเขากลัวว่าวันหนึ่งเขาอาจถูกปลุกเป็น Winter Soldier ขึ้นมาเพื่อก่อเหตุร้ายแรงอีกครั้ง ในฉากนี้ทำให้เราเห็นได้ว่าวากานดาเป็นประเทศที่มีนวัตกรรมล้ำหน้าและทันสมัย สตีฟขอบคุณองค์ชายทีชาลาที่รับฝากบัคกี้เอาไว้และแสดงความเป็นห่วงต่อประเทศวากานดาว่าหากนานาชาติรู้ว่าบัคกี้อยู่ที่นี่จะต้องบุกมาอย่างแน่นอน องค์ชายตอบว่าถ้าอยากลองดีก็มาสิ และกล้องก็ฉายภาพให้เห็นประติมากรรมเสือดำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในวากานดา

วากานดา (ภาพจาก Marvel Comics)

ฉาก Post-credit 2

ปีเตอร์นอนเล่นอุปกรณ์ชิ้นใหม่อยู่บนเตียง ป้าเมย์ถามว่าใครกันที่ต่อยหลาน? (ป้าเมย์คิดว่าเพื่อนที่โรงเรียน) ปีเตอร์บอกว่าสตีฟจากบรู๊คลิน(สตีฟ โรเจอร์) ป้าเมย์เข้ามาประคบตาให้และออกจากห้องไป ปีเตอร์ใช้อุปกรณ์ชิ้นใหม่ (Web-Shooters) ฉายแสงขึ้นไปบนเพดานมีลักษณะเหมือนหน้ากากสไปเดอร์แมนที่มีฟังก์ชันต่างๆ ซึ่งนั่นก็คือ Spider-Signal ที่โทนี่ สตาร์กใส่ไว้ในนั้นค่ะ

ตัวอย่างภาพ Spider-Signal ที่ปล่อยออกมาจาก Web-Shooters (ภาพจาก What Culture)

เพลงประกอบฉากที่ปรากฎตัวปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ (สไปเดอร์-แมน)

ประเด็นที่สำคัญและยังต้องหาคำตอบกันต่อไป?

– โรดี้ จะสามารถกลับมาทำหน้าที่หนึ่งในสมาชิกทีมอเวนเจอร์สต่อไปได้อีกหรือไม่
– บัคกี้ จะอยู่ในสภาพแช่แข็งไปตลอด หรือจะกลับมาในภาพยนตร์เรื่องต่อๆ ไปของจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล และไม่แน่อาจจะได้กลับมาในภาพยนตร์ Black Panther ปี 2018 ก็เป็นไปได้
– สตีฟ โรเจอร์สหรือกัปตันอเมริกา ได้ทิ้งโล่ที่ฮาเวิร์ด สตาร์กเป็นผู้คิดค้น ในภาพยนตร์ต่อๆไป กัปตันยังจะใช้โล่อีกหรือไม่ หรือจะให้เจ้าชายแห่งวากานดาเป็นผู้สร้างให้ใหม่
– นาตาชาหายไปไหน? แล้วทุกคนที่หนีออกไปจากคุกจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง?
– คนหนึ่งอยู่ฝั่งกฎหมาย อีกคนหนีกฎหมาย เส้นทางรักของวันด้าและวิชั่นจะเป็นอย่างไรต่อไป?
– สุดท้ายแล้วสนธิสัญญาโซโคเวียจะเป็นอย่างไร?

 

สุดท้ายนี้ หากผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

woman

แสดงความคิดเห็น